Skip to content

Posts tagged ‘tourism’

Using R to Analyse Tourism Data – Part 1: Visualising Tourist Profile


Tourism is an important sector in the global economy. In many countries, tourism is the main source of revenue, Thailand is one of them. However, tourism sector is a fast moving sector. It is very sensitive to various factors and also vulnerable. The tourism markets for each destination (country) are also very diverse. Tourism data are available and updated frequently. One of the most important report of national tourism statistics; number of tourist arrivals from each country of origin, their average length of stay and total receipt or expenditure. These tourism statistics are important but often reported separately due to the limitation of software used by analysts.

The following graph represents profile of international tourists in Thailand in 2005.

The picture above was produced in R with package ‘ggplot2’ using the code below.


# Step 1: Import data into R
exp05 <- read.csv("http://dl.dropbox.com/u/46344142/thai_tour_2005.csv", head = T)
# Step 2: Load 'ggplot2' package for plotting elegent data visualisation
library(ggplot2)
# Step 3: Specify x and y axis, label, size of the bubbles and colour of the region
exp <- ggplot(exp05, aes(x=number, y=length, label=country, size=receipt, colour = region))
# Step 4: Create a plot and add texts to x and y axis
exp + geom_point() + geom_text(hjust=0.7, vjust=2) + labs(x = "Number of Tourist Arrivals", y = "Length of Stay (days)") + scale_area("Receipt (M. USD)") + scale_colour_hue("Region")

Tourism Associations and Agencies in Thailand – รายชื่อสมาคมและหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทย


หน่วยงานภาครัฐ

  1. กรมการท่องเที่ยว (Department of Tourism)
  2. กระทรวงการท่องเที่ยว และ กีฬา (Ministry of Tourism and Sports)
  3. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (Tourism Authority of Thailand)

ระดับประเทศ

  1. สภาอตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (Thailand Tourism Council)
  2. สมาคมโรงแรมไทย (Thai Hotel Association)
  3. สมาคมสปาไทย (Thai Spa Association)

ระดับภาค

  1. สมาคมโรงแรมภาคอีสาน

ระดับจังหวัด

  1. เชียงใหม่
    สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ (Chiang Mai Tourism Business Association)
    สมาคมมัคคุเทศน์ เชียงใหม่ (Chiang Mai Guide Association) 
  2. สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต (Phuket Tourist Association)
  3. สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จังหวัดพิษณุโลก
  4. สมาคมท่องเที่ยวเกาะสมุย (Tourism Association of Koh Samui)
  5. สมาคมการท่องเที่ยวและโรงแรมจังหวัดตรัง (Trang Tourism and Hotel Association)
  6. ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช
  7. สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยว จังหวัดสงขลา (Tourists Business Federation of Songkhla)

การจัดการโลจิสติกส์ สำหรับการท่องเที่ยว: อะไร ทำไม และอย่างไร


ไพรัช พิบูลย์รุ่งโรจน์
20 พฤศจิกายน 2552

เวลาผมนำเสนองานวิทยานิพนธ์ทีไร จะต้องมีคำถามจาก อาจารย์และนักวิชาการทั้งสายโลจิสติกส์และสายท่องเที่ยวว่า
“ทำไมท่องเที่ยวต้องสนใจโลจิสติกส์?” หรือ “ท่องเที่ยวของเชียงใหม่มีปัญหาโลจิสติกส์จริงเหรอ?”

จริงๆ แล้วงานวิจัยก็มาจากปัญหาที่เรายังตอบไม่ได้ จึงต้องมีการศึกษาอย่างเป็นระบบเพื่อหาคำตอบที่น่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตามหลายๆ คำถาม ก็ไม่ต้องทำวิจัย เช่น พระอาทิตย์ขึ้นทางไหน?  หรือ นักท่องเที่ยวที่รวยจะใช้จ่ายเงินมากกว่าคนที่มีรายได้น้อยกว่า (โดยเฉลี่ย) หรือไม่ เพราะทั้งสองคำถามต่างก็รู้คำตอบกันอยู่แล้ว

ในกรณีของโลจิสติกส์นั้นเป็นทีรู้กันว่าสำคัญต่อการผลิตอย่างมากเนื่องจากมีต้นทุนหลายๆ อย่างเช่น การขนส่ง การจัดเก็บสินค้าคงคลัง การสั่งซื้อ ฯลฯ ที่สามารถลดลงได้กว่าครึ่ง เพียงแค่มีการจัดการโลจิสติกส์ที่ดี อันนี้ไม่มีข้อสงสัยใดๆ

สำหรับธุรกิจค้าปลีกโลจิสติกส์ก็สำคัญมาก นอกเหนือไปจากต้นทุนทั้งหลายที่คล้ายๆ กับการผลิตแล้ว ยังมี ต้นทุนที่เรียกว่าต้นทุนที่เกิดจากการที่ “ของขาด” หรือ “ของเหลือ”

ของขาด คือ ลูกค้ามาที่ร้านแล้วไม่เจอของที่อยากได้ หรือ ไม่พอที่ต้องการ

ของเหลือคือ ในร้านเรามีของที่ค้างอยู่ที่ชั้นเยอะ ขายไม่ออกสักที

ของขาด ทำให้เสียรายได้ที่ควรจะได้ในระยะสั้น ในระยะยาวก็อาจเสียลูกค้าได้ เนื่องจาก ลูกค้าหนีไปร้านอื่นที่มีของแทน

ของเหลือ ทำให้เสียรายได้เนื่องจาก แทนที่จะเอามาวางของที่ขายได้แทน หรือ ของที่ขายไม่ออกเน่าเสีย หรือตกยุค กลายเป็นต้นทุนจมไป

ระะบบโลจิสติกส์ที่ดีจะสามารถกำหนดได้ว่าสินค้าอะไรบ้างที่ควาจะมาวางบนชั้น เมื่อไหร่ เป็นจำนวนเท่าใด และ ขายในเวลาไหน ควรลดราคาเท่าไหร่เมื่อใด และควรจะสั่งสินค้ามาทดทนเท่าไหร่ อย่างไร เมื่อใด ให้ส่งมาทางไหน ส่งมาจากไหน ส่งมาจากใคร ส่งมาแล้วให้ไปเก็บไว้ก่อนหรือไม่ เก็บไว้ที่ไหน เท่าไหร่ อย่างไร

… แล้วโลจิสติกส์ของการท่องเที่ยวหล่ะ?

สำหรับการท่องเที่ยว นั้น ไม่ได้มีการเคลื่อนย้ายตัวสินค้าเท่านั้นแต่ว่ามีการเคลื่อนย้ายลูกค้า (ผู้บริโภค หรือ นักท่องเที่ยว) ด้วย ดังนั้นโลจิสติกส์ของการท่องเที่ยวนั้นมีปัญหาทุกอย่างที่เกิดใน การผลิต และ การค้าปลีก แถมยังปัญหาเกี่ยวกับการบริการเข้ามาด้วย นี่คือฝั่งผู้ให้บริการอย่างเดียวเท่านั้น ตรงนี้เป็นสิ่งที่ นักวิชาการโลจิสติกส์ให้ความสำคัญกับภาคบริการมากขึ้น

อีกฝั่งก็คือการเคลื่อนย้ายลูกค้า (ซึ่งกว้างกว่าการขนส่งผู้โดยสาร) ที่คาร์ดิฟสนใจเรื่องโลจิสติกส์ของโรงพยาบาลอย่างมาก ที่มาคือมีนักวิจัยไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลแล้วหงุดหงิดใจกับระบบของโรงพยาบาล

จนกลายเป็นโครงการวิจัยใหญ่ของประเทศไปเลย ยกตัวอย่าง เช่น งานของกลุ่มวิจัยเรื่อง Lean (มาจากระบบของ Toyota) ที่คาร์ดิฟศึกษาการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยใน รพ.

อย่างไรก็ตามสำหรับการท่องเที่ยวนั้น นักท่องเที่ยวไม่ใช่แค่เดินไปเดินมาในโรงแรม (หากเทียบกับ ผู้ป่วย ใน โรงพยาบาล) หรือ เดินในงานพืชสวนโลก แต่ว่าตั้งแต่ออกจากบ้านก็ผ่านการเดินทางหลากหลายรูปแบบ ความต้องการก็ไม่แน่นอน

คนป่วยที่คาร์ดิฟหากฉุกเฉินโทรเรียกรถฉุกเฉินของรพ. แล้วก็รอแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่มาตรวจแล้วก็ทำตามขั้นตอนมาตรฐานผู้ป่วยและญาติก็เชื่อฟังด้วยความเต็มใจ บอกให้ทำอะไรก็ทำ (ถ้าอยากจะรอด)

ทว่าการท่องเที่ยวไม่ใช่แบบนั้น… เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นงานบริการที่เรื่องมากที่สุด บริการหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวแบบไหนก็เรื่องมากหมด จะนอนโรงแรมห้าดาวอย่าง “ดาราเทวี” หรือจะนอนวัดก็เรื่องมากทั้งนั้น… แต่เรืองมากคนละแบบ ต้องการคนละอย่าง … เรื่องนี้คนโรงแรมรู้ดี ไม่เท่านั้น คนป่วย มีประวัติการรักษา แพทย์ พยาบาลดูประวัติแล้วก็วินิจฉัยได้เลย

อย่างไรก็ตามการท่องเที่ยวไม่ใช่แบบนั้นไปซะหมด ยิ่งปัจจุบัน เราพบว่านักท่องเที่ยวคนเดียวกันมีหลายหน้า หมายถึงคนๆ เดียวท่องเที่ยวหลายแบบ แล้วแต่ปัจจัยหลายประการ

ยกตัวอย่างใกล้ตัว ผมเอง เวลาที่อยู่กับ อ.มิ่งสรรพ์ ไปประชุมวิชาการ พักโรงแรมที่ค่อนข้างดี แต่ตอนนี้มาเรียนเองแล้วไม่มีทุนวิจัยสนับสนุนมากมาย

ไปประชุมคราวนี้ก็ต้องนอนหอ นศ. เก่าๆ ห้องน้ำรวม แต่ผมคนเดิมอีก เดือนหน้าไปเสนองานที่ภูเก็ตสองคืนแรกพักสามดาว (เบิกได้) อีกสามคืนอยู่ต่อเองเพื่ิอทำงานวิจัยก็เปลี่ยนไปอยู่สองดาว…

ดูเหมือนว่าเรื่องเงินสำคัญ…

มาดูอีก… ผมคนเดิม กลับมาทำวิจัยคราวนี้เบิกที่คาร์ดิฟเรื่องเดินทางได้เต็มที่ ขาที่ต่อเครื่องมาจากสุวรรณภูมิก็การบินไทย ไปภูเก็ตก็การบินไทยจาก เชียงใหม่ กรุงเทพ แล้วก็ภูเก็ต แต่ขาจากภูเก็ตมาเชียงใหม่ใช้ Air Asia เพราะมีเที่ยวตรง (ไม่เกี่ยวกับราคาเลย เกี่ยวกับลักษณะของบริการที่เหมาะสม) เดี๋ยวถ้าไปดูซีเกมส์ที่เวียงจันทน์ก็อาจจะไปกับการบินลาวก็ได้ เพราะออกจากเชียงใหม่ได้แวะหลวงพระบางก่อน แล้วต่อไปวังเวียงแบบรถคิวถูกๆ เพราะสนุกดี ให้เพื่อนมารับไปเวียงจันทน์ ต่อรถไฟเองไปลงหนองคาย อุดรฯ แล้วก็เชียงใหม่ แผนสามารถเปลี่ยนได้เรื่อยๆ

การท่องเที่ยวนั้นเรื่องมาก และ ลูกค้าเอาแต่ใจสูง ทีนี้ ทำไมโลจิสติกส์สำคัญในการท่องเที่ยวในระยะสั้นเอกชนสามารถลดต้นทุนได้ ทั้งจากการที่สามารถจัดการการเตรียมของไว้บริการได้เพียงพอในราคาี่ถูกที่สุด เนื้อหมูไม่ขาด เบียร์มีพร้อม สาวเชียร์เบียร์มาครบ แก้ว จาน ชาม สะอาด เรียบร้อยมีพร้อมใช้งาน และที่สำคัญของพวกนี้ไม่มีอะไรที่มีอยู่เกินความจำเป็น

ในระยะยาว ผู้ให้บริการแก่ลูกค้าได้ตรงตามความต้องการก็จะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า มาใช้บริการเรื่อยๆ ไม่ใช่ ตีหัวเข้าบ้าน เน้นเอาถูกแต่คุณภาพไม่ดีพอ หรือ ดันไปให้อะไรที่ลูกค้าไม่ต้องการแต่ละเลยสิ่งที่ลูกค้าอยากได้ เช่น ลูกค้าเป็นชาวญี่ปุ่นมาอยู่หลังวัยเกษียณแต่ห้องน้ำไม่มีอ่าง แต่ดันมีมุมทำงานที่มีอุปกรณ์ครบครัน

อีกตัวอย่างที่เกี่ยวกับเรื่องกลยุทธ์ราคากับคุณภาพที่ผมชอบพูดคือ ปรากฎการณ์ปาท่องโก๋ … (ถ้าอยากฟังต่อกดที่ Link เลยครับ)

ปรับปรุงจาก TourismLogistics.com
บทความ ทำไมต้องสนใจการจัดการโลจิสติกส์ในการท่องเที่ยว?

แนะนำ Website TourismLogistics.com


URL: www.tourismlogistics.com

เวปไซต์ ของ ผศ.ดร. คมสัน สุริยะ แห่ง คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
นักวิจัยรางวัลช้างทองคำ ผู้เชียวชาญด้านการท่องเที่ยวชุมชน

จุดเด่น:

  • แนวคิดด้านโลจิสติกส์การท่องเที่ยว
  • เคล็ดลับการทำวิจัย
  • ตำราเรียนเศรษฐศาสตร์

ใครที่สนใจเรื่อง โลจิสติกส์เพื่อการท่องเที่ยว และ เคล็ดลับการทำวิจัย พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงครับ

ประชันนโยบายการท่องเที่ยว เพื่อไทย vs ประชาธิปัตย์


พรรคเพื่อไทย

พบในนโยบายเศรษฐกิจ ดังนี้

” การบริหารเศรษฐกิจระดับจุลภาค พรรคมีนโยบายให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความสามารถ ในการแข่งขันภาคเศรษฐกิจที่ไทยได้เปรียบเชิงการแข่งขันอยู่แล้ว เช่น การเกษตร ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาหรือการสร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมการเกษตร การสร้างมูลค่าเพิ่มในผลิตภัณฑ์อาหาร สมุนไพร การสร้างความมั่นคงด้านพลังงานจากผลผลิตการเกษตร พรรคมีนโยบายการพัฒนาและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมบริการ เช่น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ศูนย์บริการทางการแพทย์และพยาบาล อุตสาหกรรมบริการด้านสุขภาพและสปา ”

ที่มา:

ผมลองค้นข้อมูลใน Google โดยใช้คำว่า นโยบาย+ท่องเที่ยว+เพื่อไทย ได้ข้อมูลน่าสนใจดังนี้ครับ

“นายพิเชษฐ สถิรชวาล ประธานผู้อำนวยการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ฝั่งอันดามัน เปิดเผยว่า นโยบายที่เกี่ยวข้องกับ จ.ภูเก็ต และจังหวัดฝั่งอันดามัน โดยเน้นการพัฒนาให้ภูเก็ต เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง โดยการยกเว้นภาษี ซึ่งจะไม่เฉพาะในส่วนของดิวตี้ฟรีที่สนามบินเท่านั้น แต่จะมีการจัดทำเป็นร้านค้าปลอดภาษีสำหรับนักท่องเที่ยว กระจายไปตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งในเรื่องนี้ได้มีการศึกษารายละเอียดไว้แล้ว และเชื่อว่านโยบายนี้จะได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจต่างๆ

นอกจากนี้ นายพิเชษฐ กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยจะเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการท่องเที่ยว ทั้งการจัดหาน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค โดยจะทำน้ำระบบท่อจากเขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนำมาใช้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และจังหวัดฝั่งอันดามัน ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เคยคิดไว้ แต่เมื่อถูกปฎิวัติก็สะดุดไป รัฐบาลที่ผ่านมาก็ไม่สนใจ สมัยนั้นตนเป็นประธานบอร์ดการประปาภูมิภาค ก็ได้ศึกษาไว้ โดยใช้งบประมาณ 4,000 ล้านบาท ดังนั้น หากพรรคเพื่อไทยได้มาเป็นรัฐบาลก็จะรีบนำมาปัดฝุ่นเร่งดำเนินการต่อไปทันที”

ที่มา: ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์แนวหน้า — พฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม 2554 18:55:30 น.

ที่พรรคเพื่อไทย นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เปิดเผยเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ถึงนโยบายด้านการท่องเที่ยวของพรรคเพื่อไทย ว่า นโยบายด้านการท่องเที่ยวที่พรรคเพื่อไทยจะนำเสนอเป็นนโยบายใหม่นั้น เน้นคอนเซ็ปต์ “ท่องถิ่นแดนไทยไปได้ทุกมุมยิ้มสยาม” คือการส่งเสริมการบริการด้วยรอยยิ้ม ที่เป็นเอกลักษณ์ที่มาจากวัฒนธรรมของคนไทย ส่งเสริมการหารายได้เข้าประเทศด้านการท่องเที่ยวและการบริการ พัฒนาและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว ทูตวัฒนธรรมนำเที่ยวไทย โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวใหม่ แบ่งตามภูมิภาคดังนี้ ภาคเหนือโรแมนติคล้านนาแห่งความฝัน ภาคกลาง ฟูเฟื่องสุวรรณภูมิ ภาคตะวันออก เสน่ห์ทะเลไทย ภาคตะวันตก ท่องขุนเขาลำเนาไพร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เถิดเทิงอีสาน ภาคใต้ คาบสมุทรแห่งความฝันชายฝั่งทะเลอ่าวไทย และกรุงเทพมหานครซิตี้ออฟแองเจิ้ล รวมไปถึงโครงการเที่ยวไทย อยู่นานเหมือนบ้านที่สอง และการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกด้วย

ที่มา: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1293708053&grpid=03&catid=&subcatid=

พรรคประชาธิปัตย์

พลิกโฉมเมืองท่องเที่ยวตลอดชายฝั่งทะเลภาคใต้ และแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ
เพื่อให้ประเทศ ไทยเป็น “มนตร์เสน่ห์แห่งเอเชีย” (The Rhythm of Asia)
ด้วยเงินลงทุน 10,000 ล้านบาทต่อปี

  1. ทุ่มงบประมาณ 10,000 ล้านบาท/ปี พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศให้สมบูรณ์ ด้วยสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานกว่า 60 จังหวัด
  2. รอยยิ้มไทย เชื่อมท่องเที่ยวโลก : อบรมบุคลากร-ผู้ประกอบการท่องเที่ยวพื้นที่กว่า 150,000 คน เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างมืออาชีพ ด้วยงบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท/ปี
  3. เชื่อมโยงการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่โดดเด่นในแต่ละจังหวัด เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับคนในพื้นที่
  4. คุณภาพนักท่องเที่ยว เพิ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพให้มากขึ้น เช่น กลุ่มนิเวศน์ กลุ่มประชุม กลุ่มกีฬา กลุ่มสุขภาพ กลุ่มวัฒนธรรม / ประวัติศาสตร์

กลุ่มมหัศจรรย์สองสมุทร
พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว 2 ฝั่ง อันดามัน-อ่าวไทย พร้อมสิ่งรองรับระดับมาตรฐานโลก เปิดประตูท่องเที่ยวไทยเชื่อมโลก

กลุ่มอารยธรรมอีสาน – ลุ่มน้ำโขง
พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวสายอารยธรรมที่เชื่อมต่อวิถีชีวิตลุ่มน้ำโขงอย่างรังสรร

กลุ่มอารยธรรมล้านนา
พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอุทยานเชื่อมระเบียงเศรษฐกิจ อาเซียน พม่า-จีน

กลุ่มวิถีลุ่มน้ำเจ้าพระยา
สืบสานและพัฒนาวิถีไทยให้โดดเด่น “เมืองอู่ข้าวอู่น้ำ”ที่ร่มเย็นเชื่อมต่อมรดกโลกอยุธยา

กลุ่มท่องเที่ยวชายฝั่งตะวันออก
ยกระดับมาตรฐานสาธารณูปโภค แหล่งท่องเที่ยวสู่สากล การให้บริการด้วยกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ

ทีมา: http://campaign.democrat.or.th/policies/thailand/travel

%d bloggers like this: