Skip to content

Posts by Pairach

กิจกรรมโลจิสติกส์ในการท่องเที่ยว


มีนักศึกษาท่านหนึ่งได้ส่ง email มาถามผมว่านอกจากการขนส่งแล้ว โลจิสติกส์ของการท่องเที่ยวนั้นมีอะไรอีกบ้าง คำถามนี้สำคัญต่องานวิจัยด้านนี้มาก เพราะนิยามที่แตกต่างกัน ผลที่ได้ก็อาจจะไม่ตรงกันได้

จากมุมมองของผมเอง โลจิสติกส์ในการท่องเที่ยวนั้นสามารถแบ่งได้เป็นสองด้าน
คือ (1) โลจิสติกส์ของการเดินทางของนักท่องเที่ยว และ (2) โลจิสติกส์ในการลำเลียงสินค้าและบริการของธุรกิจผู้ให้บริการ (เช่น โรงแรม หรือ บริษัทนำเที่ยว)

กิจกรรมอย่างแรก คือ การขนส่ง ฝั่งนักท่องเที่ยวก็จะเป็นเรื่องการเดินทางต่างๆ ส่วนฝั่งโรงแรมก็จะเป็นการขนส่งสินค้าเช่นอาหารหรือเครื่องดื่ม

นอกจากกิจกรรมการขนส่งแล้ว โลจิสติกส์นั้นก็จะพิจารณากิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การเคลื่อนย้าย ด้วย ทั้งฝั่งโรงแรม และฝั่งนักท่องเที่ยว กิจกรรมในฝั่งโรงแรมที่สำคัญคือ การจัดเก็บสินค้า อาทิ การจัดการสินค้าคงคลัง เป็นต้น ส่วนกิจกรรมในฝั่งนักท่องเที่ยว อาทิ จุดพักของนักท่องเที่ยว

สิ่งสำคัญประการที่สาม ของโลจิสติกส์ก็คือ ข้อมูลข่าวสาร

หากเราพิจารณา ว่าโรงแรมเป็นกรณีศึกษาแล้ว โลจิสติกส์ที่ดีควรจะสามารถส่งผ่านข้อมูลจากนักท่องเที่ยวผ่านโรงแรมไปสู่ภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเช่นผู้ส่งอาหารเครื่องดื่ม และ สถานที่ท่องเที่ยว ได้อย่างถูกต้องและทันเวลา

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น จำนวนแขกที่จะเข้าพักช่วงหยุดยาวคืนวันส่งท้ายปีเก่ามีเท่าไหร่ โรงแรมขายบัตรงาน Countdown ไปได้เท่าไหร่ แล้วโรงแรมจะต้องคำนวณออกมาให้ได้ถูกต้องว่า จะต้องใช้เนื้อหมูแบบไหน เท่าไหร่ ไวน์กี่ขวด เบียร์กี่ลัง พลุกี่ชุด และสามารถส่งคำสั่งซื้อไปได้อย่างเหมาะสมทั้งในเรื่องของราคา ปริมาณ และเวลา

ฟังดูค่อนข้างกว้างนะครับ จุดที่น่าจะจับได้ง่ายคือ การเคลื่อนย้าย เพราะที่มาของโลจิสติกส์มาจาก การส่งกำลังบำรุงในสงคราม ลองนึกภาพว่านักท่องเที่ยวเป็นทหารที่เราต้องคอยส่งน้ำส่งข้าว ให้ขวัญกำลังใจต่างๆ

บางทีทหารก็ต้องการอะไรมากกว่าความอิ่ม (?)

ที่มา: ปรับปรุงจาก บทความใน TourismLogistics.com ณ วันที่ 17 พฤศจิกายน 2552

ทำบุญเข้าพรรษา ณ Swansea


20110724-130053.jpg

20110724-130134.jpg

20110724-130158.jpg

20110724-130433.jpg

20110724-130212.jpg

ช่องว่างทางการศึกษาในสหราชอาณาจักร


Gap is everywhere, even in the UK

จากการศึกษาของสหภาพมหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย (University and College Union) หรือ UCU (มีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นอาจารย์) ได้พบช่องว่างทางการศึกษาของประชากรในสหราชอาณาจักร (UK) โดยสามารถแบ่งอกเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มที่มีการศึกษาดีนั้นอาศัยอยู่ในลอนดอนและทางใต้ของ UK เป็นส่วนใหญ่ (พื้นที่สีอ่อนในแผนที่)  โดยพื้นที่ที่มีสัดส่วนของผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติทางการศึกษาน้อยที่สุด (หรือมีส่วนสัดส่วนของผู้ที่มีการศึกษามากที่สุด) 5  อันดับแรกคือ

Constituency Percentage with no qualifications Rank
Brent North 1.9 1
Romsey and Southampton North 2.3 2
Wimbledon 2.6 3
Winchester 2.6 3
Leeds North West 2.7 5

ส่วนพื้นที่ที่มีสัดส่วนผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติทางการศึกษามากที่สุด 5 อันดับได้แก่

Constituency Percentage with no qualifications Rank
Glasgow North East 35.3 1
Birmingham, Hodge Hill 33.3 2
Bradford West 29.0 3
Glasgow East 29.0 3
Derby South 26.1 5

พื้นที่ดังกล่าวนั้นส่วนใหญ่จะอยู่ทางตอนกลางและทางตอนเหนือของประเทศ

ทาง UCU ได้แสดงความกังวลถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาดังกล่าวว่าจะเป็นชนวนปัญหาทางสังคมได้ในอนาคต ทั้งการผลิตแรงงานที่มีฝีมือของประเทศ รวมถึงสภาพแวลดล้อมของพื้นที่ที่มีระดับการศึกษาที่ค่อนข้างต่ำซึ่งมีระดับของอาชญากรรมค่อนข้างสูง

ทั้งนี้ยังได้วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลปัจจุบันที่ยอมให้มีการขึ้นค่าเรียนจาก £3,000 เป็น £9,000 ได้นั้นว่าเป็นการทำให้ช่องว่างดังกล่าวแย่ลงไปอีก

ทาง Department of Education ได้ออกมาชี้แจงว่าแนวทางแก้ไขนั้นจะได้มีการเพิ่มจำนวนอาจารย์และทุนการศึกษาให้สำหรับนักเรียนที่ยากจนเพื่อลดช่องว่างดังกล่าว

Gap is everywhere?

ข่าวนี้อาจจะเป็นหลักฐานหนึ่งว่า ในโลกนี้ก็มีความเลื่อมล้ำอยู่ทุกแห่งไม่เว้นแต่ในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหราชอาณาจักร ถ้าว่างๆ ผมได้ลองหาข้อมูลขอประเทศไทยแล้วพบแต่เพียงจำนวนประชากรที่อยู่ในวัยเรียน แต่ยังไม่พบสัดส่วนทางการศึกษาของประชากรทั้งหมด คิดว่าน่าจะมีอยู่ในการสำรวจสำมะโนประชากร หากใครมีข้อมูลอย่างจะแบ่งปันก็จะยินดีมากเลยครับ

ข้อสังเกตุหนึ่งสำหรับสถิติของ UK คือระบบสวัสดิการที่รัฐบาลเคยมีให้ในระดับที่สูงมาก เช่น คนที่ไม่มีงานทำก็มีมีเงินเลี้ยงดู ค่ารักษาพยาบาล ทำให้หลายๆ คนไม่อยากหางานทำและอยู่ด้วยเงินสวัสดิการนี้ไปวันๆ ทำให้รัฐบาลปัจจุบัน ต้องให้ความสำคัญกำการตรวจสอบว่าผู้ว่างงานที่สมควรจะได้รับเงินช่วยเหลือดังกล่าวนั้นต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีความพยายามที่จะหางานแล้วจริงๆ

ทั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการที่จะเป็นรัฐสวัสดิการที่มีประสิทธิภาพนั้น ไม่่เรื่องง่ายๆ ที่รัฐบาลลด แลก แจก แถม อย่างเดียว แต่จะต้องมีระบบการจัดการและคัดกรองผู้ที่เหมาะสมจะได้รับสวัสดิการในระดับต่างๆ ที่ดีอีกด้วย มิฉะนั้นปัญหาต่างๆ ทั้งทางสังคมและทางเศรษฐกิจอาจจะร้ายแรงจนก่อให้เกิดวิกฤตได้

ที่มาข้อมูล BBC และ UCU

Testing a new Mac OS Lion


Just out now.
I will install and review it here soon.

20110721-114844.jpg

การสัมมนา เรื่อง”อาหารไทยไปญี่ปุ่น…ไม่ยาก หากเข้าใจโซ่อุปทาน”


อย่างที่เราทราบกันดีว่า ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารหลักของโลก อีกทั้งรัฐบาลหลายต่อหลายชุดต่างก็มียุทธศาตร์ที่จะพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นครัวของโลก

โดยหนึ่งในประเทศเป้าหมายที่ไทยส่งออกอาหารก็คือประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง ทว่าการที่จะประสบความสำเร็จในการนำพาอาหารไทยไปญี่ปุ่นนั้นจะไม่เป็นเรื่องที่ยากเลยสำหรับผู้ประกอบการไทย หากว่าเข้าใจระบบโซ่อุปทาน

วันนี้ผมจึงอยากขอประชาสัมพันธ์การสัมมนาที่เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยคุณภาพโดยทีมของ รศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์ (ม.ธรรมศาสตร์) และ รศ.ดร.อภิชาต โสภาแดง (ม.เชียงใหม่) ในหัวข้อเรื่อง

“อาหารไทยไปญี่ปุ่น…ไม่ยาก หากเข้าใจโซ่อุปทาน”

ในวันอังคารที่ 26 กรกฎาคม 2554
เวลา 08.30-13.00 น. ณ ห้อง Beta 1-2 ชั้น 2 โรงแรม Pullman กรุงเทพฯ

08.30-09.00น. ลงทะเบียน

09.00-09.15น. พิธีเปิดการเสวนากล่าวเปิดโดย ผู้อํานวยการสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

09.15-09.30น. บรรยายแนะนําโครงการการปรับปรุงการเข้าถึงของสินค้าไทยสู่ตลาดญี่ปุ่นด้วย การบูรณาการกับห่วงโซ่อุปทานของญี่ปุ่น โดย รองศาสตราจารย์ ดร.รุธิร์ พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หัวหน้าโครงการ

09.30-10.30น. บรรยายพิเศษ “Thai Foods – The endless demand (อาหารไทย – ความ ต้องการที่ไม่สิ้นสุด)” โดย Nichirei Group

10.30-11.45น.  บรรยายพิเศษ “Thai Foods – The endless Potential. But do we really know? (อาหารไทย – ศักยภาพที่ไม่สิ้นสุด แต่เรารู้หรือเปล่า?)” โดย JETRO เสวนา “อาหารไทยไปญี่ปุ่น …ไม่ยาก หากเข้าใจโซ่อุปทาน”

โดย
รองศาสตราจารย์ ดร.รุธิร์ พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หัวหน้าโครงการ

รองศาสตราจารย์ ดร.อภิชาต โสภาแดง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักวิจัย

คุณไพบูลย์ พลสุวรรณา กรรมการบริหาร บริษัท ธารสมุทรฟู้ด จํากัด
ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย
ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์/กรรมการ สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย

คุณอรุณ บริรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัพพลายเชน บิซ จํากัด
บรรณาธิการอํานวยการ นิติยสาร Logistics Thailand
และเป็นผู้ดําเนินรายการ

11.45-12.00น. ตอบข้อซักถามและสรุปผลการเสวนา

12.00-13.00น. รับประทานอาหารเที่ยง

*หมายเหตุ อาหารว่างเสิร์ฟระหว่างการเสวนา

ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติม และแบบตอบรับ สามารถติดต่อได้ที่
คุณศิริรัตน์ อยู่นาค โทร. 081-7547004 โทรสาร 0-2805-1117

Download เอกสารแนบ

1. หนังสือเชิญ และ กำหนดการ

2. แบบตอบรับ